-pink-hinamori-((ท่านเอ็ดเฟ้ย=__,=+)) View my profile

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
http://uc.exteenblog.com/pierce/images/BD.png
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่งการบ้านเลทๆ ถ้าไม่เห็นบล็อคปิ๊งซังคงไม่รู้วันนี้วนสุดท้าย///ร้องไห้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มาเป็นฟิคนะคะ ยาวหน่อย
 
 
 
ใครขี้เกียจอ่านก็...เอ่อ ก็.... ก็ช่างมัน!!;[];
 
 
 
 
 
 
แปะนะ
 
 
 
ด้นสดอาจภาษาตลกไปบ้าง โกเมนเนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
......................................
 
 
    วันนี้เป็นวันที่อากาศค่อนข้างดี แสงแดดอ่อนส่องไปทั่วพื้นดิน ภายในทุ่งกว้างอาณาเขตของลานหลังโรงเรียนพระราชานั้น มีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง แสงแดดของยามเที่ยงสาดส่องลงบนต้นไม้ เกิดเป็นเงาทาบทับร่างทั้งสอง ที่กำลังพักผ่อนโดยอาศัยร่มไม้นั้นกำบังไอร้อนจากแดด
 
    ร่างหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมยาวสลวยเปียหลวมๆไว้ กำลังนอนพักเอาแรงจากความเหนื่อยล้า ที่ทั้งต้องเรียนภาคปฏิบัติ แล้วยังต้องโดนใครบางคนลงไม้ลงมือใส่ทุกวัน ส่วนอีกร่างเป็นเด็กหนุ่มที่ดูเยาว์วัยซุกซน ผู้มีเรือนผมสีทองบลอนด์ละเอียด กำลงนั่งกัดแอปเิ้ปิ้ลที่ฉวยมาจากโรงอาหารอย่างสบายอารมณ์ 
 
    "เฮ้ พิกมี่ ฉันว่าเราลืมอะไรไปป่ะ?" เด็กหนุ่มผมทองถามด้วยสีหน้าเนือยๆ
 
    "....งืม...ไม่รู้สิครับ....ข้าก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรไปนะ....." เด็กหนุ่มผมดำตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า และอู้อี้เพราะหนังสือเล่มหนึ่งกางปิดหน้าไว้กันแสง
 
    ".....พวกเจ้าลืมทำการบ้านไงล่ะ" เสียงหวานติดจะห้าวนิดๆเสียงหนึ่งท้วงขึ้น เรียกให้สองหนุ่มตาเบิกกว้างรีบลุกพรวดจากกริยาที่กำลังทำอยู่
 
    "วะ ว่าไงน๊ะ!!!! การบ้าน!!"เป็นเด็กหนุ่มผมดำที่ขึ้นเสียงถามอย่างตกใจสุดขีดขึ้นมา เด็กสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลแดงหยักศกเป็นลอนจึงได้แต่ทอดถอนใจกับความเฉื่อยชาล้าหลังของเพื่อนร่วมทีม ซึ่งกลายปกติวิสัยไปตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น เธอก็ยังสงสัยอยู่
 
    "ใช่ วันนี้วันสุดท้ายแล้ว" เด็กสาวว่า พลางชายตามองสีหน้าซีดเผือดดูไม่ได้ของเพื่อนทั้งสอง
 
    "แล้วทำไมไม่เตือนให้ไวกว่านี้ล่ะเคธี่!!!!!" เด็กหนุ่มผมทองกรีดร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบหยิบคทาประจำกายขึ้นมา แล้วดึงเส้นผมตัวเองมาเส้นหนึ่งก่อนจะชะงัก แล้วนึกได้
 
    ".........ไม่มีผงชักนำจิตใต้สำนึ่กอ่ะ" ว่าพลางลูบๆหัวตัวเองยิ้มแห้ง เด็กสาวเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างระอา แล้วโยนถุงเล็กๆใบหนึ่งให้
 
    "เจ้าฝากข้าไว้ อย่าบอกนะว่าลืมกันทั้งคู่" เด็กสาวมองเพื่อนทั้งสอง ซึ่งปฏิกิริยาที่ได้กลับมาก็ไม่ได้ต่างจากที่เธอคาดแม้แต่น้อย
 
    "แหะๆๆ ก็....ขนาดการบ้านพวกข้ายังลืม เจ้าคงไม่คิดว่าพวกข้าจะจำได้หรอกนะว่าฝากมันไว้กับเจ้า..." เด็กหนุ่มผมดำตอบเสียงอ่อย เด็กสาวจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือกตาใส่อย่างเหลืออดซักที
 
    "แล้ว....ต้องเริ่มไงอ่ะ?" เด็กหนุ่มผมทองที่นั่งอึ้งกับอุปกรณ์สามสิ่งตรงหน้ามานาน ตัดสินใจเงยหน้าถามเด็กสาวพลางยิ้มอ้อนอย่างไม่ละอายซักนิด
 
    ".....ข้าชักสงสัยเสียแล้วว่าพวกเจ้ากับข้าเรียนโรงเรียนเดียวกันแ่น่รึ?"เด็กสาวอดจะเหน็บแนมซักทีไม่ได้ ก่อนที่เธอจะดึงเส้นผมยาวสลวยนั้นออกมาเส้นหนึ่ง
 
    "จริงสิ ต้องมีรูมเมทเป็นพยานด้วยนี่นะ" เมื่อนึกได้ เด็กสาวจึงสั่งให้ต่างคนต่างแยกย้ายไปพารูมเมทมา เด็กหนุ่มผมดำจึงถือโอกาสชวนเด็กสาวร่วมหออีกคนซึ่งเป็นเพื่อนใหม่มาด้วย
 
    "...ต่อนะ" เด็กสาวโรยผงชักนำจิตใต้สำนึกลงไปพลางร่ายเวทย์ พลันรอบด้านก็เกิดหมอกควันฟุ้งกระจายขึ้น ก่อนหมอกควันเหล่าจะเริ่มรวมตัวและสลาย เกิดเป็นสิ่งๆหนึ่ง.......สิ่งนั้น ทำเอาเด็กสาวถึงกับหน้าถอดสีอย่างที่ไ่ม่เคยเป็น
 
    "หืม?เครื่องสำอางนี่ รูมเมทเคธมีเรื่องอะไรกับเครื่องสำอางเหรอ?" เสียงหวานจากรูมเมทคนหนึ่งของเด็กสาวถามขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่วางอยู่ชัดๆ
 
    "ยะ....อย่าเอามันมาใกล้ข้านะ......" เด็กสาวเสียงสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ เธอถอยห่างออกจากสิ่งนั้นไปถึง3เมตร ทำให้ทุกคนพอเข้าใจว่าคงไม่ใช่เพราะเธอชอบมันมากจนอยู่ในจิตใต้สำนึกเป็นแน่แท้
 
    "เฮ้~แต่เธอต้องเอามันไปส่งนี่เคธี่~" เด็กหนุ่มผมทองกระแซะถามอย่างนึกสนุก แต่เด็กสาวไม่ได้สนุกไปด้วยแม้แต่น้อย เธอเหลือบมองอย่างเย็นชา จนเด็กหนุ่มผมทองต้องรีบถอยไปตั้งหลักอย่างยอมแพ้
 
    "เอ้า คนที่สอง ฉันละกัน" เด็กหนุ่มผมทองกล่าวอย่างกระตือรือร้น เขาชักรู้สึกสนุกขึ้นมาซะแล้วสิ
 
    "เอาล่ะ โรยผงลงไปแล้วเอาไปทอด..."ทุกสายตาหันมองค้อนขวับทันที
 
    ....ไอ้บ้า แป้กขนาดนี้ยังจะเล่นได้...
 
    "หู่ยย เครียดกันไปทามม๊ายยยย ไม่เล่นก็ด้ะ เอาจริงละ" เด็กหนุ่มผมทองยิ้มซุกซน พลางเอานิ้วชี้ถูๆใต้จมูก แล้วเริ่มทำตามที่เด็กสาวทำเป็นตัวอย่างไว้
 
    บึ้มมม!
 
    สิ้นเสียงก็เกิดหมอกควันขึ้นรอบตัว
 
    "แค่กๆๆ ควันเยอะเป็นบ้าเลยว่อย~!!" เด็กหนุ่มผมทองว่าพลางปัดๆมือไล่ควัน แต่สิ่งที่เขาเห็นในนั้น.....ทำเอาเขาอยากจะเขกหัวตัวเองซักสองสามจริงๆ
 
    "หืม? เอ็ดไปไหนแล้วล่ะ?" เด็กหนุ่มคนหนึ่งผู้อุ้มแกะตัวเล็กๆไว้ ถามขึ้นเมื่อไม่เห็นร่างของรูมเมทที่เคยยืนอยู่ตรงนั้น
 
    "โน่น" ฮันเตอร์หนุ่มรูมเมทอีกคนชี้บนต้นไม้ ปรากฏร่างคนที่เขาหากำลังกอดต้นไม้สั่นเป็นเจ้าเข้าด้วยใบหน้าถอดสี
 
    "เอ็ด! ไปทำอะไรบนนั้นน่ะ!" เด็กหนุ่มผมดำยาวตะโกนถามเสียงปนขำ ไม่ต่างจากเด็กสาวผู้ร่วมทีมที่กำลังยืนอมยิ้มอย่างรู้ทัน
 
    ...........ก็ของที่ออกมานั่นน่ะ.......
 
 
    "เอามันออกป๊ายยยยยยยย!!!!!! โฮๆๆ ใครก็ได้เอามันไปให้ไกลๆฉ๊านนนนนนนน!!!" เด็กหนุ่มผมทองกรีดร้องอย่างน่าเวทนา น้ำตาไหลออกมาราวกับก็อกแตก เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมทีมทั้งสอง และสีหน้างุนงงจากเหล่ารูมเมท
 
    "แต่นี่....มันแค่เชือกฟางเก่าๆผุๆเองนะ" ฮันเตอร์หนุ่มว่าพลางเดินไปหยิบเชือกขึ้นมามองอย่างฉงน
 
    "ใครว่าล่ะ!!! นั่นมันคือปิศาจ นั่นมันคือปิศาจ นั่นมันคือปิศ๊าจจจจจจจจจจจ!!!!!!!!!!" เด็กหนุ่มกรีดร้องอย่างสติแตกแล้วรีบวิ่งจากไป ท่ามกลางสายตาหลากหลายที่มองตามเขา
 
    "ฮะๆๆ โอย....ช่างเอ็ดไปเถอะ ข้าต่อละกันครับ" เด็กหนุ่มช่างทำหมวกผมดำกล่าว พลางทำตามวิธี และกำลังรอให้หมอกจางหาย
 
 
    ..........แต่สิ่งที่ปรากฏ....กลับไม่ใช่สิ่งของ...แต่เป็นร่างของเด็กหญิงตัวน้อยๆ ผมสีน้ำตาลนั้นถูกตัดสั้นดูแหว่งๆเหมือนไม่ได้กะเกณฑ์ก่อนลงมีด ใบหน้าน่ารักบัดนี้กลับมีแต่ดินโคลน ในมือ...ไม่ใช่มงกุฏดอกไม้ ไม่ใช่ของเล่นอย่างเด็กผู้หญิงทั่วไป.....แต่กลับเป็นดาบเล่มใหญ่เทอะทะไม่สมกับมือบอบบางคู่นั้นแม้แต่น้อย สายตาเธอ....จับจ้องที่เขา แต่หาได้สะท้อนภาพเขาแม้แต่น้อย.....มันกลับสะท้อนสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมของเด็กหญิงอย่างชัดเจน
 
     ".............อลิส...." เสียงแผ่วเรียกชื่อเด็กหญิงคนนั้น เด็กหนุ่มหลุบตาลงอย่างเศร้าศร้อย
 
 
 
 
 
 
    'เป็นเจ้าหญิงแท้ๆ กลับเอาแต่ฝึกดาบ ไม่สมกุลสตรีเช่นนี้ใครจะมาขอนางไปอภิเษกด้วย' เสียงนางกำนัลนินทากันอย่างสนุกปาก ระหว่างกำลังช่วยเด็กชายผมดำยาวตัวน้อยแต่งตัว 
 
    เด็กชาย ลอบมองไปที่หน้าต่างเงียบๆ ไม่ได้พูดสิ่งใด ไม่ได้นินทา แต่กลับมองเด็กหญิงคนนั้นอย่างชื่นชม ชื่นชมในความพยายาม ที่คนขี้ขลาดเช่นเขาไม่มี...
 
 
 
 
 
 
 
    .....อา...เพราะเธอ...เธอทำให้พี่อยากมีความกล้า เธอเป็นแรงบันดาลใจ เธอทำให้พี่มีทุกวันนี้......และเธอ ก็ยังคงสง่างามกว่าหญิงใดเสมอ อลิส.......
 
 
    เด็กหนุ่มผมดำยิ้มบาง เขาเดินเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าเด็กหญิง ที่ยังคงมองเขาเงียบๆเช่นเดิม พลางยื่นอมยิ้มให้
 
    "ทานสิ อร่อยนะ เธอน่ะ....พักบ้างก็ดีนะ" เขายิ้ม....สิ่งที่อยากทำมาตลอดแต่เด็ก เขาได้ทำแล้วในวันนี้....แม้จะเป็นเพียงจิตใต้สำนึกของเขาเองก็ตาม
 
    "........เอเดรียน นายเป็นโลลิค่อนเหรอ?" เสียงของเด็กหนุ่มผมเขียวถามขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มผมดำถึงกับหน้าทิ่มพื้น 
 
    "นี่มันน้องสาวข้าต่างหากครับคุณเพพิโน่!" รีบแหวแก้ต่างใส่คนที่กล่าวหา ซึ่งกำลังยืนหัวเราะร่า
 
    "ทีนี้ก็ตาเซลิซสินะครับ...." เด็กหนุ่มผมดำหันไปหาคนสุดท้ายซึ่งยังไม่ได้ทำการบ้าน เด็กสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มแต่กลับไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เริ่มร่ายก่อนเขาหันมาพูดนานแล้ว และเธอ.....ก็กำลังยืนมองมีดเงินเปื้อนเลือดเล่มหนึ่ง.....ซึ่งวางไว้ที่พื้นด้วยดวงตาที่เบิกกว้างกว่าปกติ นั่นคงเป็นการแสดงอารมณ์เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มเคยเห็นมา
 
 
 
    ......ในใจเด็กสาว กลับเต้นแรงอย่างหวาดกลัว ผิดกับภายนอกที่ดูจะแปลกใจเล็กน้อยเพียงเท่านั้น เธอรู้ดี.....เธอรู้ดี ว่ามีดนั่นหมายถึงอะไร.....และเลือดนั่น คือเลือดของใคร....
 
    "เซลิสจัง อะไรน่ะ น่ากลัวจังเลย..."เด็กสาวใส่แว่นผมหยักศก ถามด้วยสีหน้ากลัวๆกับสิ่งที่เห็น
 
    ".................ไม่มีอะไร" เด็กสาวร่างเล็กว่าพลางเดินไปหยิบมีดเปื้อนเลือดเล่มนั้น แล้วเดินจากไปเงียบๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     'ทำไมกันเซลิส! ทำไมเราพี่น้องต้องมาฆ่ากันเองด้วย!!!'
 
     '..........เพราะผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด.....ถึงจะมีสิทธิ์อยู่รอด ขอโทษนะคะ......พี่สาว.....'
 
 
 
 
 
 
 
    .........เสียงหวีดร้อง คราบเลือด น้ำตา ความหวาดกลัว ทุกอย่าง......ทุกอย่างในวันนั้น วันที่ทายาททุกคนในตระกูลต้องฆ่าฟันกันเพื่อหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อที่พวกเขาจะอยู่รอด แม้พี่น้องก็ต้องหันคมมีดเข้าหากัน.....เธอยังคงจำได้ดี
 
 
    "......พี่คงจะแค้นเซลลิซา....แต่เซลลิซาไม่เสียใจหรอก..........เพราะทุกวันนี้ เซลลิซาชดใช้ให้พี่.....ด้วยการตายทั้งเป็นอยู่ทุกวัน....ทุกนาที........พี่สาว......" เด็กสาวพึมพำเสียงเบาพลางหลุบตาอย่างเจ็บปวด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
...............แล้วการทำการบ้านในวันสุดท้ายของทั้งสี่ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ด้วยความรู้สึกมากมายของคนหลายคน ณ ที่แห่งนั้น.........
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.....................................................................
 
 
จบค่ะ///ร้องไห้
 
 
 
ไม่มีภาพประกอบนะคะ แค่นี้ก็ยาวจนคนเมินหน้าหนีละ 5555
 
 
 
ลงชื่อรูมเมท
 
 
คนแรก เคธ
 
 
 
 
 
 
คนที่สอง เอ็ด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คนที่สี่ เซลิส
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
 
 
 
อย่าแห่มาทำการบ้านกันวันสุดท้าย เพราะมันลำบากทั้งคนแต่งและคนตรวจ #ไม่เกี่ยว
 
 
 
ใครอ่านมาถึงนี่ได้กราบเลยค่ะ
 
 
 
ถ้าภาษาแปลกๆ อารมณ์ไม่ได้ยังไงติชมด้วยนะคะ ด้นสดเหมือนโรลเพลย์ค่ะ
 
 
 
 
ไม่ได้แต่งฟิคนาน ติดภาษาโรลเพลย์มาเยอะเลย///ทรุด
 
 
 
ก็ นะ ดราม่าปนคอเมดี้ #เหรอ 
 
 
 
ไว้จะอัพบัตรนักเรียนภายหลังนะคะ6v6
 
 
 
ปล้ำเล็น - มีแต่ตัวหนังสือ///ตาลาย
 
 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

พรืดดดดดด//

ทะ..ท่านสุดยอดเลยคะ 4 คน!! อะ..อ่านรู้เรื่องอยู่นะค่ะ
ภาษาไม่ได้ถือว่าแย่หรอก -v-b

(แอบมาส่องดูคนอื่นๆ ข้าพเจ้าจะแปะสดเช่นท่าน /พราก)

#1 By BataNei on 2011-11-30 22:05

สนุกนะท่านนน //เหมือนนิยายตอนเดียวจบ
ท่านเพิ่งจะรู้ว่าเมื่อวานเส้นตายแต่ก็ยังปั่นทัน...ช่างเมพอะไรอย่างนี้!!(?)

ข้าจะเปิดเทอมแล้ว.. คิดว่าเปิดแล้วคงจะได้เปิดคอมแบบนับวันได้เป็นแน่..

เอส : ร..ริวซัง ผม..ไม่กล้ามีคนอื่นหรอก แล้วก็ไม่อยากด้วย ริวซังคนเดียวก็ทำให้ผมมีความสุขมากพอแล้วล่ะ~

#2 By PiNK on 2011-12-01 08:53

เมพขริง

ชอบอ่านแบบนี้นะ ดูได้ฟีลดี

#3 By LulukE on 2011-12-01 14:52

ถึงผมจะไม่ได้เล่นคอมมูนี้ แต่อ่านแล้วรู้สึกสนุกดีครับ ตอนแรกๆเฮฮา หลังๆดราม่า เหอะๆ sad smile

#4 By Bomberman on 2011-12-02 20:50

Favourites

Categories